๑๓. เรื่องนางสุมนาเทวี
คาถาขึ้นต้นว่า “อิธ นนฺทติ เปจฺจ นนฺทติ...”
เรื่องนางสุมนาเทวีเป็น เรื่องที่ ๑๓ แห่งยมกวรรค และเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกับคาถาในเรื่องพระเทวทัต โดยเน้นให้เห็นผลของ บุญกุศล ความศรัทธา และการสั่งสมความดี ซึ่งทำให้ผู้กระทำเกิดความยินดีทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
เรื่องนางสุมนาเทวีเป็น เรื่องที่ ๑๓ แห่งยมกวรรค และเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกับคาถาในเรื่องพระเทวทัต โดยเน้นให้เห็นผลของ บุญกุศล ความศรัทธา และการสั่งสมความดี ซึ่งทำให้ผู้กระทำเกิดความยินดีทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
๑. เรื่องโดยสังเขป
นางสุมนาเทวีเป็นธิดาของเศรษฐีในกรุงสาวัตถี เป็นผู้มีศรัทธาในพระรัตนตรัยและหมั่นบำเพ็ญบุญเป็นประจำ
นางมีความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์อย่างมั่นคง และได้สั่งสมบุญกุศลไว้เป็นอันมาก แม้เมื่อถึงคราวเจ็บป่วยและใกล้สิ้นชีวิต จิตของนางยังผ่องใส ระลึกถึงบุญที่ตนได้ทำไว้
ภายหลังสิ้นชีวิต นางได้ไปเกิดในสุคติ อันเป็นผลแห่งบุญที่ได้สั่งสมไว้
พระพุทธองค์จึงตรัสคาถาเพื่อแสดงว่า ผู้ทำบุญย่อมยินดีทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และเมื่อได้เห็นผลแห่งกรรมดีของตน ความยินดีก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น
นางสุมนาเทวีเป็นธิดาของเศรษฐีในกรุงสาวัตถี เป็นผู้มีศรัทธาในพระรัตนตรัยและหมั่นบำเพ็ญบุญเป็นประจำ
นางมีความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์อย่างมั่นคง และได้สั่งสมบุญกุศลไว้เป็นอันมาก แม้เมื่อถึงคราวเจ็บป่วยและใกล้สิ้นชีวิต จิตของนางยังผ่องใส ระลึกถึงบุญที่ตนได้ทำไว้
ภายหลังสิ้นชีวิต นางได้ไปเกิดในสุคติ อันเป็นผลแห่งบุญที่ได้สั่งสมไว้
พระพุทธองค์จึงตรัสคาถาเพื่อแสดงว่า ผู้ทำบุญย่อมยินดีทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และเมื่อได้เห็นผลแห่งกรรมดีของตน ความยินดีก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น
๒. คาถาธรรมบท
อิธ นนฺทติ เปจฺจ นนฺทติ
กตปุญฺโญ อุภยตฺถ นนฺทติ
ปุญฺญํ เม กตนฺติ นนฺทติ
ภิยฺโย นนฺทติ สุคตึ คโต ฯ
แปลโดยใจความว่า
ผู้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมยินดีในโลกนี้ ละโลกนี้ไปแล้วก็ย่อมยินดี ย่อมยินดีในโลกทั้งสอง เมื่อระลึกว่า “บุญเราได้ทำไว้แล้ว” ก็ย่อมยินดี และเมื่อไปสู่สุคติแล้วก็ยิ่งยินดีมากขึ้น
คาถานี้จึงเป็นคาถาที่แสดง ผลแห่งบุญในสองภพ อย่างชัดเจน
อิธ นนฺทติ เปจฺจ นนฺทติ
กตปุญฺโญ อุภยตฺถ นนฺทติ
ปุญฺญํ เม กตนฺติ นนฺทติ
ภิยฺโย นนฺทติ สุคตึ คโต ฯ
แปลโดยใจความว่า
ผู้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมยินดีในโลกนี้ ละโลกนี้ไปแล้วก็ย่อมยินดี ย่อมยินดีในโลกทั้งสอง เมื่อระลึกว่า “บุญเราได้ทำไว้แล้ว” ก็ย่อมยินดี และเมื่อไปสู่สุคติแล้วก็ยิ่งยินดีมากขึ้น
คาถานี้จึงเป็นคาถาที่แสดง ผลแห่งบุญในสองภพ อย่างชัดเจน
๓. บทบาลีที่ศึกษา
อิธ นนฺทติ
= ย่อมยินดีในโลกนี้
เปจฺจ นนฺทติ
= ละโลกนี้ไปแล้วก็ย่อมยินดี
กตปุญฺโญ อุภยตฺถ นนฺทติ
= ผู้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมยินดีในโลกทั้งสอง
ปุญฺญํ เม กตนฺติ นนฺทติ
= ย่อมยินดีว่า “บุญเราได้ทำไว้แล้ว”
ภิยฺโย นนฺทติ สุคตึ คโต
= เมื่อไปสู่สุคติแล้ว ย่อมยินดียิ่งขึ้น
อิธ นนฺทติ
= ย่อมยินดีในโลกนี้
เปจฺจ นนฺทติ
= ละโลกนี้ไปแล้วก็ย่อมยินดี
กตปุญฺโญ อุภยตฺถ นนฺทติ
= ผู้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมยินดีในโลกทั้งสอง
ปุญฺญํ เม กตนฺติ นนฺทติ
= ย่อมยินดีว่า “บุญเราได้ทำไว้แล้ว”
ภิยฺโย นนฺทติ สุคตึ คโต
= เมื่อไปสู่สุคติแล้ว ย่อมยินดียิ่งขึ้น
๔. ศัพท์สำคัญเรียงตามลำดับ
ศัพท์ ชนิดศัพท์ วิเคราะห์ ความหมาย อิธ อัพยยศัพท์ — ในโลกนี้ นนฺทติ อาขยาต จาก √นนฺทฺ ย่อมยินดี เปจฺจ กิริยากิตก์ ป + อิ + ตฺวา ละไปแล้ว กตปุญฺโญ สมาส กต + ปุญฺญ ผู้ทำบุญแล้ว อุภยตฺถ อัพยยศัพท์ อุภย + อตฺถ ในทั้งสองแห่ง ปุญฺญํ นาม ปุญฺญ บุญ เม สรรพนาม อมฺห- ของเรา กตํ กิริยากิตก์ กรฺ + ต ทำแล้ว อิติ นิบาต — ว่า, ดังนี้ ภิยฺโย อัพยยศัพท์ — ยิ่งขึ้น สุคตึ นาม สุ + คติ สุคติ คโต กิริยากิตก์ คมฺ + ต ไปแล้ว, ถึงแล้ว
| ศัพท์ | ชนิดศัพท์ | วิเคราะห์ | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| อิธ | อัพยยศัพท์ | — | ในโลกนี้ |
| นนฺทติ | อาขยาต | จาก √นนฺทฺ | ย่อมยินดี |
| เปจฺจ | กิริยากิตก์ | ป + อิ + ตฺวา | ละไปแล้ว |
| กตปุญฺโญ | สมาส | กต + ปุญฺญ | ผู้ทำบุญแล้ว |
| อุภยตฺถ | อัพยยศัพท์ | อุภย + อตฺถ | ในทั้งสองแห่ง |
| ปุญฺญํ | นาม | ปุญฺญ | บุญ |
| เม | สรรพนาม | อมฺห- | ของเรา |
| กตํ | กิริยากิตก์ | กรฺ + ต | ทำแล้ว |
| อิติ | นิบาต | — | ว่า, ดังนี้ |
| ภิยฺโย | อัพยยศัพท์ | — | ยิ่งขึ้น |
| สุคตึ | นาม | สุ + คติ | สุคติ |
| คโต | กิริยากิตก์ | คมฺ + ต | ไปแล้ว, ถึงแล้ว |
๕. วิเคราะห์คำว่า นนฺทติ
นนฺทติ เป็นกิริยา หมายถึง
ย่อมยินดี, ย่อมรื่นเริง, ย่อมเบิกบาน
สัมพันธ์กับธาตุ √นนฺทฺ ในความหมายว่า ยินดี ร่าเริง
ในคาถานี้ปรากฏถึง ๔ ครั้งในเชิงความหมาย
อิธ นนฺทติ
ยินดีในโลกนี้
เปจฺจ นนฺทติ
ละโลกนี้แล้วก็ยินดี
อุภยตฺถ นนฺทติ
ยินดีในโลกทั้งสอง
ภิยฺโย นนฺทติ
ยินดียิ่งขึ้น
จึงเป็นการเน้นให้เห็นว่า ผลของบุญนำมาซึ่งความยินดีต่อเนื่องกัน
นนฺทติ เป็นกิริยา หมายถึง
ย่อมยินดี, ย่อมรื่นเริง, ย่อมเบิกบาน
สัมพันธ์กับธาตุ √นนฺทฺ ในความหมายว่า ยินดี ร่าเริง
ในคาถานี้ปรากฏถึง ๔ ครั้งในเชิงความหมาย
อิธ นนฺทติ
ยินดีในโลกนี้
เปจฺจ นนฺทติ
ละโลกนี้แล้วก็ยินดี
อุภยตฺถ นนฺทติ
ยินดีในโลกทั้งสอง
ภิยฺโย นนฺทติ
ยินดียิ่งขึ้น
จึงเป็นการเน้นให้เห็นว่า ผลของบุญนำมาซึ่งความยินดีต่อเนื่องกัน
๖. วิเคราะห์คำว่า กตปุญฺโญ
คำว่า
กตปุญฺโญ
ประกอบด้วย
กต + ปุญฺญ
คำว่า
กตปุญฺโญ
ประกอบด้วย
กต + ปุญฺญ
กต
= ทำแล้ว, กระทำแล้ว
= ทำแล้ว, กระทำแล้ว
ปุญฺญ
= บุญ, กุศล
รวมกัน
กตปุญฺญ = ผู้ทำบุญแล้ว
รูป กตปุญฺโญ ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์บอกบุคคล
จึงหมายถึง
บุคคลผู้ได้ทำบุญไว้แล้ว
และเป็นคำคู่ตรงข้ามกับ
ปาปการี = ผู้ทำบาป
= บุญ, กุศล
รวมกัน
กตปุญฺญ = ผู้ทำบุญแล้ว
รูป กตปุญฺโญ ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์บอกบุคคล
จึงหมายถึง
บุคคลผู้ได้ทำบุญไว้แล้ว
และเป็นคำคู่ตรงข้ามกับ
ปาปการี = ผู้ทำบาป
๗. วิเคราะห์คำว่า อุภยตฺถ
อุภยตฺถ มีความหมายว่า
ในทั้งสองแห่ง, ในทั้งสองโลก
ในบริบทของธรรมบทหมายถึง
โลกนี้และโลกหน้า
จึงมีโครงสร้างสำคัญ
อิธ → เปจฺจ → อุภยตฺถ
คือ
โลกนี้ → เมื่อละโลกนี้ → โลกทั้งสอง
ศัพท์นี้จึงเป็นศัพท์สำคัญสำหรับการศึกษาหลักกรรมในอรรถกถาธรรมบท
อุภยตฺถ มีความหมายว่า
ในทั้งสองแห่ง, ในทั้งสองโลก
ในบริบทของธรรมบทหมายถึง
โลกนี้และโลกหน้า
จึงมีโครงสร้างสำคัญ
อิธ → เปจฺจ → อุภยตฺถ
คือ
โลกนี้ → เมื่อละโลกนี้ → โลกทั้งสอง
ศัพท์นี้จึงเป็นศัพท์สำคัญสำหรับการศึกษาหลักกรรมในอรรถกถาธรรมบท
๘. วิเคราะห์ ปุญฺญํ เม กตํ
วลีนี้เป็นหัวใจของคาถา
ปุญฺญํ เม กตํ
แยกศัพท์ได้ว่า
-
ปุญฺญํ = บุญ
-
เม = ของเรา
-
กตํ = ทำแล้ว
รวมความว่า
“บุญเราได้ทำไว้แล้ว”
เป็นการระลึกถึงกรรมดีที่ตนได้กระทำไว้
ในทางธรรม ความระลึกถึงบุญที่ตนได้ทำแล้ว ย่อมทำให้จิตเกิดความปลื้มปีติและความยินดี
วลีนี้เป็นหัวใจของคาถา
ปุญฺญํ เม กตํ
แยกศัพท์ได้ว่า
- ปุญฺญํ = บุญ
- เม = ของเรา
- กตํ = ทำแล้ว
รวมความว่า
“บุญเราได้ทำไว้แล้ว”
เป็นการระลึกถึงกรรมดีที่ตนได้กระทำไว้
ในทางธรรม ความระลึกถึงบุญที่ตนได้ทำแล้ว ย่อมทำให้จิตเกิดความปลื้มปีติและความยินดี
๙. วิเคราะห์ เม
เม เป็นรูปสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง ใช้ในความหมายว่า
ของเรา, แก่เรา, เรา
ในวลี
ปุญฺญํ เม กตํ
ทำหน้าที่แสดงความเป็นเจ้าของหรือผู้เกี่ยวข้องกับกรรม
จึงแปลได้ว่า
บุญของเราได้ทำไว้แล้ว
เม เป็นรูปสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง ใช้ในความหมายว่า
ของเรา, แก่เรา, เรา
ในวลี
ปุญฺญํ เม กตํ
ทำหน้าที่แสดงความเป็นเจ้าของหรือผู้เกี่ยวข้องกับกรรม
จึงแปลได้ว่า
บุญของเราได้ทำไว้แล้ว
๑๐. วิเคราะห์ กตํ
กตํ มาจากธาตุ √กรฺ = ทำ
เมื่อประกอบด้วยปัจจัย ต ได้รูปกิริยากิตก์
กรฺ + ต → กต
ความหมายว่า
ทำแล้ว, กระทำแล้ว
ในประโยค
ปุญฺญํ เม กตํ
หมายถึง
บุญที่เราได้กระทำไว้แล้ว
กตํ มาจากธาตุ √กรฺ = ทำ
เมื่อประกอบด้วยปัจจัย ต ได้รูปกิริยากิตก์
กรฺ + ต → กต
ความหมายว่า
ทำแล้ว, กระทำแล้ว
ในประโยค
ปุญฺญํ เม กตํ
หมายถึง
บุญที่เราได้กระทำไว้แล้ว
๑๑. วิเคราะห์ ภิยฺโย
ภิยฺโย เป็นอัพยยศัพท์
แปลว่า
ยิ่งขึ้น, มากขึ้น, ยิ่งกว่าเดิม
เมื่อประกอบกับ
นนฺทติ
เป็น
ภิยฺโย นนฺทติ
หมายถึง
ย่อมยินดียิ่งขึ้น
แสดงการเพิ่มระดับของความยินดี
ภิยฺโย เป็นอัพยยศัพท์
แปลว่า
ยิ่งขึ้น, มากขึ้น, ยิ่งกว่าเดิม
เมื่อประกอบกับ
นนฺทติ
เป็น
ภิยฺโย นนฺทติ
หมายถึง
ย่อมยินดียิ่งขึ้น
แสดงการเพิ่มระดับของความยินดี
๑๒. วิเคราะห์ สุคตึ คโต
สุคตึ
มาจาก
สุ + คติ
-
สุ = ดี
-
คติ = การไป, ที่ไป
จึงหมายถึง
คติอันดี, สุคติ
มาจาก
สุ + คติ
- สุ = ดี
- คติ = การไป, ที่ไป
จึงหมายถึง
คติอันดี, สุคติ
คโต
มาจากธาตุ √คมฺ = ไป
เป็นกิริยากิตก์
คมฺ + ต → คต
เมื่อเป็นรูปบุรุษเพศที่เกี่ยวข้องกับประธานบุคคล
คโต = ไปแล้ว, ถึงแล้ว
ดังนั้น
สุคตึ คโต
คือ
ไปสู่สุคติแล้ว
มาจากธาตุ √คมฺ = ไป
เป็นกิริยากิตก์
คมฺ + ต → คต
เมื่อเป็นรูปบุรุษเพศที่เกี่ยวข้องกับประธานบุคคล
คโต = ไปแล้ว, ถึงแล้ว
ดังนั้น
สุคตึ คโต
คือ
ไปสู่สุคติแล้ว
๑๓. ศัพท์ว่าด้วย บุญ ความยินดี และสุคติ
เรื่องนางสุมนาเทวีเหมาะที่จะกำหนดหมวดพิเศษว่า
เรื่องนางสุมนาเทวีเหมาะที่จะกำหนดหมวดพิเศษว่า
“ศัพท์ว่าด้วยบุญ ความยินดี และสุคติ”
สายสัมพันธ์ของศัพท์คือ
กตปุญฺโญ
↓
ปุญฺญํ เม กตํ
↓
นนฺทติ
↓
อุภยตฺถ นนฺทติ
↓
สุคติ
↓
ภิยฺโย นนฺทติ
กล่าวโดยธรรมคือ
ทำบุญ → ระลึกถึงบุญ → เกิดความยินดี → ได้รับผลดี → ยิ่งยินดี
สายสัมพันธ์ของศัพท์คือ
กตปุญฺโญ
↓
ปุญฺญํ เม กตํ
↓
นนฺทติ
↓
อุภยตฺถ นนฺทติ
↓
สุคติ
↓
ภิยฺโย นนฺทติ
กล่าวโดยธรรมคือ
ทำบุญ → ระลึกถึงบุญ → เกิดความยินดี → ได้รับผลดี → ยิ่งยินดี
๑๔. เปรียบเทียบกับเรื่องก่อนหน้า
เรื่องที่ ๑๓ มีความสัมพันธ์กับเรื่องที่ ๑๒ อย่างเด่นชัด เพราะใช้คาถาฝ่าย นนฺทติ ซึ่งเป็นคำสำคัญในเรื่องพระเทวทัตด้วย
เรื่องที่ ๑๓ มีความสัมพันธ์กับเรื่องที่ ๑๒ อย่างเด่นชัด เพราะใช้คาถาฝ่าย นนฺทติ ซึ่งเป็นคำสำคัญในเรื่องพระเทวทัตด้วย
ฝ่ายอกุศล
ปาปการี → ตปฺปติ → ทุคฺคติ
ผู้ทำบาป → เดือดร้อน → ไปสู่ทุคติ
ปาปการี → ตปฺปติ → ทุคฺคติ
ผู้ทำบาป → เดือดร้อน → ไปสู่ทุคติ
ฝ่ายกุศล
กตปุญฺโญ → นนฺทติ → สุคติ
ผู้ทำบุญ → ยินดี → ไปสู่สุคติ
จึงเป็นโครงสร้างแบบ ยมกะ คือการวางธรรมคู่ตรงข้ามอย่างเป็นระบบ
กตปุญฺโญ → นนฺทติ → สุคติ
ผู้ทำบุญ → ยินดี → ไปสู่สุคติ
จึงเป็นโครงสร้างแบบ ยมกะ คือการวางธรรมคู่ตรงข้ามอย่างเป็นระบบ
๑๕. ตารางศัพท์คู่ตรงข้าม
ฝ่ายบาป ฝ่ายบุญ ปาปการี กตปุญฺโญ ผู้ทำบาป ผู้ทำบุญ ปาปํ ปุญฺญํ บาป บุญ ตปฺปติ นนฺทติ เดือดร้อน ยินดี โสจติ โมทติ เศร้าโศก บันเทิง ทุคฺคติ สุคติ ทุคติ สุคติ
| ฝ่ายบาป | ฝ่ายบุญ |
|---|---|
| ปาปการี | กตปุญฺโญ |
| ผู้ทำบาป | ผู้ทำบุญ |
| ปาปํ | ปุญฺญํ |
| บาป | บุญ |
| ตปฺปติ | นนฺทติ |
| เดือดร้อน | ยินดี |
| โสจติ | โมทติ |
| เศร้าโศก | บันเทิง |
| ทุคฺคติ | สุคติ |
| ทุคติ | สุคติ |
๑๖. ความสัมพันธ์กับเรื่องที่ ๑๐–๑๓
ในช่วงนี้ของยมกวรรคมีโครงสร้างทางธรรมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ในช่วงนี้ของยมกวรรคมีโครงสร้างทางธรรมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
เรื่องที่ ๑๐ — จุนทสูกริก
อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ
บาป → โสจติ → เศร้าโศก
อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ
บาป → โสจติ → เศร้าโศก
เรื่องที่ ๑๑ — ธัมมิกอุบาสก
อิธ โมทติ เปจฺจ โมทติ
บุญ → โมทติ → บันเทิง
อิธ โมทติ เปจฺจ โมทติ
บุญ → โมทติ → บันเทิง
เรื่องที่ ๑๒ — พระเทวทัต
อิธ ตปฺปติ เปจฺจ ตปฺปติ
บาป → ตปฺปติ → เดือดร้อน
อิธ ตปฺปติ เปจฺจ ตปฺปติ
บาป → ตปฺปติ → เดือดร้อน
เรื่องที่ ๑๓ — นางสุมนาเทวี
อิธ นนฺทติ เปจฺจ นนฺทติ
บุญ → นนฺทติ → ยินดี
จึงอาจจัดทำเป็น ดัชนีศัพท์คู่แห่งกรรมดี–กรรมชั่ว ในท้ายยมกวรรคได้อย่างงดงาม
อิธ นนฺทติ เปจฺจ นนฺทติ
บุญ → นนฺทติ → ยินดี
จึงอาจจัดทำเป็น ดัชนีศัพท์คู่แห่งกรรมดี–กรรมชั่ว ในท้ายยมกวรรคได้อย่างงดงาม
๑๗. ตารางสรุปชนิดศัพท์
ชนิดศัพท์ ตัวอย่าง อัพยยศัพท์ อิธ, เปจฺจ, อุภยตฺถ, ภิยฺโย อาขยาต นนฺทติ กิริยากิตก์ กตํ, คโต นาม ปุญฺญ, คติ สรรพนาม เม สมาส กตปุญฺโญ, สุคติ
| ชนิดศัพท์ | ตัวอย่าง |
|---|---|
| อัพยยศัพท์ | อิธ, เปจฺจ, อุภยตฺถ, ภิยฺโย |
| อาขยาต | นนฺทติ |
| กิริยากิตก์ | กตํ, คโต |
| นาม | ปุญฺญ, คติ |
| สรรพนาม | เม |
| สมาส | กตปุญฺโญ, สุคติ |
๑๘. พจนานุกรมศัพท์ประจำเรื่อง
อิธ — ในโลกนี้
อุภยตฺถ — ในทั้งสองแห่ง, ในโลกทั้งสอง
กต — ทำแล้ว
กตปุญฺโญ — ผู้ทำบุญแล้ว
คโต — ไปแล้ว, ถึงแล้ว
นนฺทติ — ย่อมยินดี, ย่อมเบิกบาน
ปุญฺญ — บุญ, กุศล
เปจฺจ — ละโลกนี้ไปแล้ว
ภิยฺโย — ยิ่งขึ้น, มากขึ้น
เม — ของเรา, แก่เรา
สุคติ — คติที่ดี, สุคติ
กตํ — ทำแล้ว
อิธ — ในโลกนี้
อุภยตฺถ — ในทั้งสองแห่ง, ในโลกทั้งสอง
กต — ทำแล้ว
กตปุญฺโญ — ผู้ทำบุญแล้ว
คโต — ไปแล้ว, ถึงแล้ว
นนฺทติ — ย่อมยินดี, ย่อมเบิกบาน
ปุญฺญ — บุญ, กุศล
เปจฺจ — ละโลกนี้ไปแล้ว
ภิยฺโย — ยิ่งขึ้น, มากขึ้น
เม — ของเรา, แก่เรา
สุคติ — คติที่ดี, สุคติ
กตํ — ทำแล้ว
๑๙. ศัพท์ที่ควรจำสำหรับการเรียนและการสอบ
อิธ = ในโลกนี้
เปจฺจ = ละโลกนี้ไปแล้ว
นนฺทติ = ย่อมยินดี
กตปุญฺโญ = ผู้ทำบุญแล้ว
อุภยตฺถ = ในโลกทั้งสอง
ปุญฺญํ = บุญ
เม = ของเรา
กตํ = ทำแล้ว
ภิยฺโย = ยิ่งขึ้น
สุคติ = คติที่ดี
อิธ = ในโลกนี้
เปจฺจ = ละโลกนี้ไปแล้ว
นนฺทติ = ย่อมยินดี
กตปุญฺโญ = ผู้ทำบุญแล้ว
อุภยตฺถ = ในโลกทั้งสอง
ปุญฺญํ = บุญ
เม = ของเรา
กตํ = ทำแล้ว
ภิยฺโย = ยิ่งขึ้น
สุคติ = คติที่ดี
สูตรจำ
กตปุญฺโญ → นนฺทติ → สุคตึ คโต
ผู้ทำบุญ → ยินดี → ไปสู่สุคติ
กตปุญฺโญ → นนฺทติ → สุคตึ คโต
ผู้ทำบุญ → ยินดี → ไปสู่สุคติ
๒๐. สรุปท้ายเรื่อง
เรื่องนางสุมนาเทวีทำให้เห็นว่า บุญมิใช่เพียงสิ่งที่ทำแล้วจบลง แต่เป็นเหตุที่ติดตามผู้กระทำไป และกลายเป็นเหตุแห่งความยินดีทั้งในปัจจุบันและภายหน้า
หัวใจของเรื่องอยู่ที่ข้อความ
“ปุญฺญํ เม กตนฺติ นนฺทติ”
คือ
“บุญเราได้ทำไว้แล้ว”
เมื่อบุคคลระลึกถึงความดีที่ตนได้กระทำ จิตย่อมเกิดความเบิกบาน และเมื่อได้รับผลแห่งกรรมดีในสุคติ ความยินดีก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็น
ภิยฺโย นนฺทติ
ดังนั้น เรื่องนี้จึงควรบันทึกใน พจนานุกรมอรรถกถาธรรมบท ภาค ๑ : ยมกวรรค ภายใต้หมวดสำคัญว่า
เรื่องนางสุมนาเทวีทำให้เห็นว่า บุญมิใช่เพียงสิ่งที่ทำแล้วจบลง แต่เป็นเหตุที่ติดตามผู้กระทำไป และกลายเป็นเหตุแห่งความยินดีทั้งในปัจจุบันและภายหน้า
หัวใจของเรื่องอยู่ที่ข้อความ
“ปุญฺญํ เม กตนฺติ นนฺทติ”
คือ
“บุญเราได้ทำไว้แล้ว”
เมื่อบุคคลระลึกถึงความดีที่ตนได้กระทำ จิตย่อมเกิดความเบิกบาน และเมื่อได้รับผลแห่งกรรมดีในสุคติ ความยินดีก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็น
ภิยฺโย นนฺทติ
ดังนั้น เรื่องนี้จึงควรบันทึกใน พจนานุกรมอรรถกถาธรรมบท ภาค ๑ : ยมกวรรค ภายใต้หมวดสำคัญว่า
“ศัพท์ว่าด้วยบุญ ความยินดี และสุคติ”
และเมื่อเชื่อมเรื่องที่ ๑๐–๑๓ เข้าด้วยกัน จะเห็นหลักการของกรรมอย่างเป็นระบบว่า
ปาปการี → โสจติ/ตปฺปติ → ทุคฺคติ
กตปุญฺโญ → โมทติ/นนฺทติ → สุคติ
นี่คือการนำ ศัพท์บาลี ไวยากรณ์ ความหมายตามบริบท และหลักธรรมเรื่องกรรม–วิบาก มาประกอบกัน ซึ่งตรงกับแนวทางของ พจนานุกรมอรรถกถาธรรมบท ภาค ๑–๘ ที่ท่านกำลังจัดทำอยู่
พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร
สำนักพิมพ์ทองใบ
และเมื่อเชื่อมเรื่องที่ ๑๐–๑๓ เข้าด้วยกัน จะเห็นหลักการของกรรมอย่างเป็นระบบว่า
ปาปการี → โสจติ/ตปฺปติ → ทุคฺคติ
กตปุญฺโญ → โมทติ/นนฺทติ → สุคติ
นี่คือการนำ ศัพท์บาลี ไวยากรณ์ ความหมายตามบริบท และหลักธรรมเรื่องกรรม–วิบาก มาประกอบกัน ซึ่งตรงกับแนวทางของ พจนานุกรมอรรถกถาธรรมบท ภาค ๑–๘ ที่ท่านกำลังจัดทำอยู่
พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร
สำนักพิมพ์ทองใบ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น