๑๐. เรื่องนายจุนทสูกริก
จุนทสูกริกวัตถุ — คาถาขึ้นต้นว่า “อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ”
เรื่องนี้เป็น เรื่องที่ ๑๐ แห่งยมกวรรค และเป็นธรรมบท คาถาที่ ๑๕ พระศาสดาทรงปรารภ นายจุนทสูกริก ผู้ประกอบอาชีพฆ่าสุกรตลอด ๕๕ ปี แล้วตรัสพระธรรมเทศนาว่า “อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ” เป็นต้น
๑. เรื่องโดยสังเขป
นายจุนทะ หรือ จุนทสูกริก ดำรงชีวิตด้วยการเลี้ยงและฆ่าสุกรขายเป็นเวลาถึง ๕๕ ปี โดยมิได้ประกอบกุศลกรรมอย่างจริงจัง เขาเลี้ยงสุกรไว้เพื่อฆ่า และมีวิธีการฆ่าที่ทารุณอย่างยิ่ง
ในระยะสุดท้ายของชีวิต ผลกรรมที่ตนกระทำไว้ได้ปรากฏขึ้นอย่างรุนแรง ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ถึง ๗ วัน เขาได้รับความทุกข์ทรมานราวกับอยู่ในอเวจีมหานรก เที่ยวร้องและคลานไปมาภายในบ้านเหมือนสุกรที่กำลังถูกฆ่า ครั้นถึงวันที่ ๘ ก็ถึงแก่กรรมและไปเกิดในอเวจีมหานรก
เมื่อภิกษุทั้งหลายเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงกราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า บุคคลผู้เศร้าโศกในโลกนี้แล้ว เมื่อละโลกไปจะยังต้องไปเกิดในสถานที่ที่ต้องเศร้าโศกอีกหรือไม่
พระศาสดาตรัสว่า ผู้ประมาทแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิต ย่อมเศร้าโศกในโลกทั้งสอง แล้วตรัสพระคาถานี้
๒. คาถาธรรมบท
อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ
ปาปการี อุภยตฺถ โสจติ
โส โสจติ โส วิหญฺญติ
ทิสฺวา กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน ฯ
แปลโดยใจความว่า
ผู้ทำบาปย่อมเศร้าโศกในโลกนี้
ละโลกนี้ไปแล้วย่อมเศร้าโศก
ย่อมเศร้าโศกในโลกทั้งสอง
เขาเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตนแล้ว
ย่อมเศร้าโศก ย่อมเดือดร้อน
อรรถกถาอธิบายว่า อิธ โสจติ หมายถึงความเศร้าโศกที่เกิดขึ้นในเวลาจะตายเมื่อระลึกถึงกรรมของตน ส่วน เปจฺจ โสจติ หมายถึงความเศร้าโศกในภพหน้าเมื่อได้รับผลของกรรมนั้น
๓. บทบาลีที่ศึกษา
ศัพท์สำคัญเรียงตามลำดับ ได้แก่
อิธ — โสจติ — เปจฺจ — ปาปการี — อุภยตฺถ — โส — วิหญฺญติ — ทิสฺวา — กมฺม — กิลิฏฺฐ — อตฺตโน
และควรศึกษาเป็นพิเศษว่า
โสจติ → วิหญฺญติ → กมฺมกิลิฏฺฐ
เป็นลำดับจาก ความเศร้าโศก → ความเดือดร้อน → การเห็นกรรมเศร้าหมองของตน
๔. วิเคราะห์ศัพท์ “อิธ”
อิธ เป็นอัพยยศัพท์
มีความหมายว่า
ที่นี่, ในโลกนี้, ในภพนี้
ในคาถานี้ อิธ หมายถึง
ในโลกปัจจุบัน ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
ดังนั้น
อิธ โสจติ
จึงไม่ใช่เพียง “เขาเศร้าที่นี่” แต่หมายถึง
เขาย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ เพราะผลหรือความสำนึกจากกรรมชั่วที่ตนทำไว้
๕. วิเคราะห์ศัพท์ “โสจติ”
มาจากธาตุ สุจฺ ในความหมายว่า
เศร้าโศก, เสียใจ, คร่ำครวญ
โสจติ เป็นอาขยาต
= ย่อมเศร้าโศก
เป็นกิริยาหลักที่ปรากฏซ้ำหลายครั้งในคาถา
อิธ โสจติ
เปจฺจ โสจติ
อุภยตฺถ โสจติ
โส โสจติ
การซ้ำคำ โสจติ ทำให้เห็นว่าความเศร้าโศกมิได้เกิดเพียงครั้งเดียว แต่ติดตามผู้ทำกรรมไปตามผลแห่งกรรมนั้น
๖. วิเคราะห์ศัพท์ “เปจฺจ”
เปจฺจ เป็นอัพยยศัพท์ประเภทกิริยากิตก์
มาจาก
ป + อิ
มีความหมายว่า
ละไปแล้ว, ไปจากโลกนี้แล้ว, เมื่อละโลก
ในบริบทของคาถา
เปจฺจ โสจติ
หมายถึง
เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมเศร้าโศก
จึงเกิดคู่สำคัญ:
อิธ = ในโลกนี้
เปจฺจ = เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว
๗. วิเคราะห์ “ปาปการี”
ปาปการี เป็นศัพท์สำคัญประจำเรื่อง
แยกได้เป็น
ปาป + การี
ปาป = บาป, ความชั่ว
การี = ผู้กระทำ
ดังนั้น
ปาปการี
= ผู้กระทำบาป
= ผู้ทำความชั่วเป็นปกติ
อรรถกถาอธิบายว่า ปาปการี หมายถึงบุคคลผู้กระทำบาปกรรมหลายประการ
คำนี้จึงมิใช่เพียง “คนที่เคยทำผิดครั้งหนึ่ง” แต่ในบริบทของเรื่องหมายถึงผู้ที่ดำเนินชีวิตด้วยการประกอบกรรมชั่วอย่างต่อเนื่อง
๘. วิเคราะห์ “อุภยตฺถ”
อุภยตฺถ
แยกความหมายเป็น
อุภย + อตฺถ
อุภย = ทั้งสอง
อตฺถ ในรูป -ตฺถ ใช้ในความหมายว่า “ในที่”
ดังนั้น
อุภยตฺถ
= ในที่ทั้งสอง
= ในโลกทั้งสอง
ในบริบทนี้หมายถึง
โลกนี้และโลกหน้า
จึงเป็นศัพท์สำคัญที่เชื่อมกับหลัก กรรมและวิบาก
๙. วิเคราะห์ “โส”
โส = เขา, บุคคลนั้น
เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๓
ในคาถาปรากฏซ้ำว่า
โส โสจติ
โส วิหญฺญติ
การซ้ำ โส เป็นการเน้นบุคคลผู้เป็นเจ้าของกรรมนั้นเอง
กล่าวคือ
ผู้ทำกรรมเอง เป็นผู้ได้รับผลแห่งกรรมนั้นเอง
๑๐. วิเคราะห์ “วิหญฺญติ”
วิหญฺญติ เป็นกิริยา
มีความหมายว่า
เดือดร้อน, ลำบาก, ถูกทรมาน, กระสับกระส่าย
ในบริบทนี้มีความหมายลึกกว่าคำว่า “เศร้า”
เพราะ
โสจติ = เศร้าโศก
วิหญฺญติ = เดือดร้อน ทนทุกข์ ทุรนทุราย
จึงเป็นลำดับของสภาวะจิต:
เห็นกรรม → เศร้าโศก → เดือดร้อน
๑๑. วิเคราะห์ “ทิสฺวา”
ทิสฺวา มาจากธาตุ ทิสฺ = เห็น
ลงปัจจัย ตฺวา
จึงเป็น กิริยากิตก์
ทิสฺวา = เห็นแล้ว, ครั้นเห็นแล้ว
ในคาถา
กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน ทิสฺวา
มีความหมายว่า
ครั้นเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตนแล้ว
คำว่า ทิสฺวา มีความสำคัญ เพราะแสดงว่าเหตุแห่งความเศร้าโศกคือ การมองเห็นกรรมของตนเองตามที่ได้กระทำไว้
๑๒. วิเคราะห์ “กมฺม”
กมฺม = กรรม, การกระทำ
ในพระพุทธศาสนา “กรรม” ในบริบทนี้หมายถึง
การกระทำทางกาย วาจา และใจ ที่มีเจตนา
ในคาถานี้มิได้กล่าวถึงกรรมทั่วไป แต่เป็น
กรรมที่ผู้กระทำเองทำไว้ และกรรมดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเศร้าหมองและวิบาก
๑๓. วิเคราะห์ “กิลิฏฺฐ”
กิลิฏฺฐ = เศร้าหมอง, สกปรก, เปื้อน, มัวหมอง
มาจากรากศัพท์ที่สัมพันธ์กับ กิลิสฺ = เศร้าหมอง
เมื่อนำมาประกอบกับ กมฺม
กมฺมกิลิฏฺฐ
จึงหมายถึง
กรรมอันเศร้าหมอง
หรือ
กรรมชั่วที่ทำให้ผู้กระทำต้องได้รับผลอันไม่พึงปรารถนา
๑๔. วิเคราะห์ “กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน”
เป็นกลุ่มศัพท์ที่ควรศึกษาอย่างละเอียด
แยกเป็น
กมฺม + กิลิฏฺฐ + อตฺตโน
กมฺม
กรรม
กิลิฏฺฐ
เศร้าหมอง
อตฺตโน
ของตน
รวมความว่า
กรรมอันเศร้าหมองของตน
หรือ
กรรมชั่วที่ตนเองได้กระทำไว้
คำว่า อตฺตโน เป็นรูปของ อตฺต = ตน, ตนเอง ใน ฉัฏฐีวิภัตติ เอกวจนะ มีความหมายว่า “ของตน”
๑๕. โครงสร้างประโยคสำคัญ
ส่วนที่ ๑
อิธ โสจติ
เขาย่อมเศร้าโศกในโลกนี้
ส่วนที่ ๒
เปจฺจ โสจติ
เมื่อละโลกนี้แล้ว ย่อมเศร้าโศก
ส่วนที่ ๓
ปาปการี อุภยตฺถ โสจติ
ผู้ทำบาปย่อมเศร้าโศกในโลกทั้งสอง
ส่วนที่ ๔
โส โสจติ โส วิหญฺญติ
เขาย่อมเศร้าโศก เขาย่อมเดือดร้อน
ส่วนที่ ๕
ทิสฺวา กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน
ครั้นเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตนแล้ว
จึงเห็นโครงสร้างเหตุ–ผลได้ว่า
ปาปการี → กมฺมกิลิฏฺฐ → ทิสฺวา → โสจติ → วิหญฺญติ
๑๖. ศัพท์ว่าด้วย “กรรมและผลกรรม”
เรื่องนี้ควรเพิ่มหัวข้อพิเศษในพจนานุกรมว่า
ศัพท์ว่าด้วยกรรมและวิบาก
กมฺม — กรรม การกระทำ
ปาปกมฺม — กรรมชั่ว
กุสลกมฺม — กรรมดี
ปาปการี — ผู้กระทำบาป
กมฺมวิปาก — ผลของกรรม
กมฺมโสจน — ความเศร้าโศกเพราะกรรม
วิปากโสจน — ความเศร้าโศกเพราะได้รับผลกรรม
กิลิฏฺฐ — เศร้าหมอง
กมฺมกิลิฏฺฐ — กรรมอันเศร้าหมอง
อรรถกถาแยกความเศร้าโศกในสองช่วงอย่างชัดเจน คือ กมฺมโสจน ในโลกนี้ และ วิปากโสจน ในโลกหน้า
๑๗. ศัพท์ว่าด้วย “โลกสองภพ”
คำว่า อุภยตฺถ มีความสำคัญเป็นพิเศษ
อิธ — โลกนี้
เปจฺจ — เมื่อละโลกนี้
อุภยตฺถ — ในโลกทั้งสอง
จึงเกิดโครงสร้าง:
ปัจจุบัน → ความตาย → ภพหน้า
ในมุมของอรรถกถา กรรมไม่ได้จบลงเพียงเวลาที่กระทำ แต่สามารถให้ผลแก่ผู้กระทำในภายหลัง
๑๘. ศัพท์ว่าด้วย “ความเศร้าโศก”
โสจติ
เศร้าโศก เสียใจ
โสจน
ความเศร้าโศก
วิหญฺญติ
เดือดร้อน ทนทุกข์
วิหญฺญนา
ความเดือดร้อน ความลำบาก
ในเรื่องนี้
โสจติ เน้นสภาวะของความเศร้าใจ
วิหญฺญติ เน้นความเดือดร้อนและความทุกข์ทรมาน
๑๙. เรื่องนายจุนทสูกริกกับหลัก “กรรมเป็นของตน”
คำว่า
อตฺตโน
มีความสำคัญมาก
กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน
= กรรมอันเศร้าหมอง ของตนเอง
มิใช่กรรมของผู้อื่น
นี่ทำให้เรื่องนี้สัมพันธ์กับหลักกรรมที่ว่า บุคคลเป็นเจ้าของกรรมของตนเอง และผลกรรมย่อมสัมพันธ์กับการกระทำของตน
ดังนั้นแก่นของเรื่องจึงไม่ใช่เพียงการตำหนิอาชีพฆ่าสัตว์ แต่เป็นการเตือนเรื่อง
เจตนา → การกระทำ → กรรม → วิบาก → ความเดือดร้อน
๒๐. วิเคราะห์สมาส
ปาปการี
ปาป + การี
ผู้กระทำบาป
เป็นคำที่ใช้เรียกบุคคลตามการกระทำ
กมฺมกิลิฏฺฐ
กมฺม + กิลิฏฺฐ
กรรมที่เศร้าหมอง
เป็นศัพท์สมาสที่ชี้ให้เห็นสภาพของกรรมว่าเป็นกรรมชั่วหรือกรรมที่มีความเศร้าหมองประกอบอยู่
อุภยตฺถ
อุภย + อตฺถ
ในที่ทั้งสอง
หมายถึง
ในโลกนี้และโลกหน้า
๒๑. วิเคราะห์อัพยยศัพท์
| ศัพท์ | ชนิด | ความหมาย |
|---|---|---|
| อิธ | อัพยย | ในโลกนี้ |
| เปจฺจ | กิริยากิตก์/อัพยย | ละไปแล้ว |
| อุภยตฺถ | อัพยย | ในทั้งสองแห่ง |
| ทิสฺวา | กิริยากิตก์ | เห็นแล้ว |
โดยเฉพาะ เปจฺจ และ ทิสฺวา เป็นคำที่ควรนำไปเปรียบเทียบกับกิริยากิตก์อื่น ๆ ในการเรียนบาลี
๒๒. วิเคราะห์อาขยาต
โสจติ
จากธาตุ สุจฺ
โสจติ = ย่อมเศร้าโศก
ปรากฏซ้ำหลายครั้ง เพื่อเน้นผลของกรรม
วิหญฺญติ
ย่อมเดือดร้อน ย่อมได้รับความลำบาก
เป็นกิริยาที่แสดงสภาพทุกข์ที่เกิดขึ้นแก่ผู้กระทำ
๒๓. ตารางคู่ศัพท์สำคัญ
| เหตุ | ผล |
|---|---|
| ปาปการี | โสจติ |
| ผู้ทำบาป | ย่อมเศร้าโศก |
| ปาปกมฺม | วิปาก |
| กรรมชั่ว | ผลกรรม |
| กมฺมกิลิฏฺฐ | โสจน |
| กรรมเศร้าหมอง | ความเศร้าโศก |
| อิธ | เปจฺจ |
| โลกนี้ | เมื่อละโลกนี้ |
| อุภยตฺถ | โลกทั้งสอง |
๒๔. ศัพท์เฉพาะบุคคลและสถานที่
จุนฺทสูกริก
จุนทสูกริก — นายจุนทะผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงและฆ่าสุกร
คำว่า สูกริก มีความเกี่ยวข้องกับ สูกร = สุกร, หมู
ดังนั้นชื่อ จุนทสูกริก จึงสัมพันธ์กับอาชีพฆ่าสุกรของบุคคลนี้
เวฬุวน
เวฬุวน — พระเวฬุวัน กรุงราชคฤห์ สถานที่ที่พระศาสดาประทับเมื่อทรงแสดงธรรมเรื่องนี้
อเวจี
อวีจิ/อเวจี — นรกอเวจี สถานที่เกิดของนายจุนทสูกริกหลังจากสิ้นชีวิตตามเนื้อเรื่องอรรถกถา
๒๕. พจนานุกรมศัพท์ประจำเรื่อง
อตฺต — ตน, ตนเอง
อตฺตโน — ของตน
อิธ — ในโลกนี้, ที่นี่
อุภยตฺถ — ในโลกทั้งสอง
กมฺม — กรรม, การกระทำ
กมฺมกิลิฏฺฐ — กรรมอันเศร้าหมอง
กิลิฏฺฐ — เศร้าหมอง, มัวหมอง
จุนฺท — จุนทะ
จุนทสูกริก — นายจุนทะผู้ฆ่าสุกร
ทิสฺวา — เห็นแล้ว
ปาป — บาป, ความชั่ว
ปาปการี — ผู้กระทำบาป
เปจฺจ — ละไปแล้ว, เมื่อละโลกนี้ไป
โส — เขา, บุคคลนั้น
โสจติ — ย่อมเศร้าโศก
วิหญฺญติ — ย่อมเดือดร้อน, ย่อมลำบาก
วุฏฺฐี — ฝน
อเวจี — อเวจีมหานรก
๒๖. ตารางสรุปชนิดศัพท์ในเรื่อง
| ประเภท | ตัวอย่าง |
|---|---|
| นาม | กมฺม, ปาป, อตฺต |
| คุณศัพท์ | กิลิฏฺฐ |
| นามกิตก์/ศัพท์แสดงผู้กระทำ | ปาปการี |
| กิริยาอาขยาต | โสจติ, วิหญฺญติ |
| กิริยากิตก์ | ทิสฺวา, เปจฺจ |
| สรรพนาม | โส |
| อัพยย | อิธ, อุภยตฺถ |
| สมาส | ปาปการี, กมฺมกิลิฏฺฐ, อุภยตฺถ |
| ศัพท์ธรรมะ | กมฺม, วิปาก, กิเลส, ปาป |
๒๗. ศัพท์ที่ควรจำสำหรับการเรียนและการสอบ
ควรจำเป็นชุดดังนี้
ปาปการี — ผู้กระทำบาป
อิธ โสจติ — ย่อมเศร้าโศกในโลกนี้
เปจฺจ โสจติ — ละโลกนี้แล้วย่อมเศร้าโศก
อุภยตฺถ โสจติ — ย่อมเศร้าโศกในโลกทั้งสอง
กมฺมกิลิฏฺฐ — กรรมอันเศร้าหมอง
อตฺตโน — ของตน
วิหญฺญติ — ย่อมเดือดร้อน
โดยเฉพาะควรจำคู่
กมฺมโสจน ↔ วิปากโสจน
คือ
เศร้าโศกเพราะกรรมในปัจจุบัน ↔ เศร้าโศกเพราะผลกรรมในภายหน้า
๒๘. แบบฝึกวิเคราะห์ศัพท์
ข้อ ๑
จงวิเคราะห์ ปาปการี
ข้อ ๒
จงแปลและวิเคราะห์
อิธ โสจติ
ข้อ ๓
เปจฺจ เป็นกิริยากิตก์อย่างไร และมีความหมายว่าอะไร
ข้อ ๔
จงวิเคราะห์
กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน
ข้อ ๕
จงอธิบายความแตกต่างระหว่าง
กมฺมโสจน
กับ
วิปากโสจน
ข้อ ๖
จงอธิบายความหมายของ อุภยตฺถ
ข้อ ๗
เพราะเหตุใดคาถาจึงกล่าวว่า ผู้ทำบาป “เศร้าโศกในโลกทั้งสอง”
๒๙. สรุปท้ายเรื่อง
เรื่องนายจุนทสูกริกเป็นเรื่องที่มีเนื้อหาหนักแน่นเกี่ยวกับ กรรมและวิบาก โดยพระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า กรรมชั่วมิได้จบลงเพียงขณะที่บุคคลกระทำ แต่สามารถย้อนกลับมาเป็นเหตุแห่งความเศร้าโศกและความเดือดร้อนแก่ผู้กระทำเอง
โครงสร้างสำคัญของคาถาคือ
ปาปการี → กมฺมกิลิฏฺฐ → ทิสฺวา → โสจติ → วิหญฺญติ
ผู้ทำบาป → กรรมเศร้าหมอง → เห็นกรรมของตน → เศร้าโศก → เดือดร้อน
และแบ่งผลออกเป็นสองช่วง:
อิธ → โสจติ
โลกนี้ → เศร้าโศก
เปจฺจ → โสจติ
ละโลกนี้ → เศร้าโศก
จึงเป็น
อุภยตฺถ → โสจติ
เศร้าโศกในโลกทั้งสอง
อรรถกถาสรุปแก่นของเรื่องไว้ชัดเจนว่า ผู้ทำบาปเมื่อเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตน ย่อมเศร้าโศกและเดือดร้อน และหลังจบพระคาถา มีผู้บรรลุธรรมจำนวนมากจากพระธรรมเทศนานี้
ดังนั้น สำหรับ พจนานุกรมอรรถกถาธรรมบท ภาคที่ ๑ : ยมกวรรค เรื่องนี้ควรจัดอยู่ในหมวดพิเศษว่า
“ศัพท์ว่าด้วยกรรม วิบาก และความเศร้าโศก”
ปาปการี → ปาปกมฺม → กมฺมกิลิฏฺฐ → วิปาก → โสจน → วิหญฺญนา
ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนมิได้เพียงจำว่า “โสจติ = เศร้าโศก” แต่เข้าใจถึง โครงสร้างทางไวยากรณ์และความสัมพันธ์ทางธรรมของศัพท์ทั้งประโยค ได้อย่างเป็นระบบ.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น