ภาคที่ ๑ : ยมกวรรค
๒. เรื่องมัฏฐกุณฑลี
๒.๑ ความเป็นมาของเรื่อง
เรื่อง มัฏฐกุณฑลี เป็นเรื่องที่อรรถกถาธรรมบทนำมาอธิบายพระคาถาในยมกวรรค ซึ่งกล่าวถึงอานุภาพของจิตและผลที่เกิดจากจิตที่ผ่องใส
เรื่องมีสาระสำคัญเกี่ยวกับ มาณพชื่อมัฏฐกุณฑลี บุตรของพราหมณ์ผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นคนตระหนี่ ไม่ยอมเสียทรัพย์เพื่อรักษาบุตร แม้บุตรจะเจ็บป่วยก็ไม่ยอมจัดหาหมอมารักษา จนกระทั่งอาการของมัฏฐกุณฑลีทรุดหนัก
เมื่อใกล้สิ้นชีวิต มัฏฐกุณฑลีได้เห็นพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จมาโปรดด้วยพระมหากรุณา จิตของเขาเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เพียงได้เห็นพระพุทธองค์ด้วยจิตที่ผ่องใส เมื่อสิ้นชีวิตแล้วจึงไปบังเกิดในสวรรค์
จากนั้นเทพบุตรมัฏฐกุณฑลีได้กลับมาแสดงตนให้บิดาเห็น และทำให้พราหมณ์ผู้เป็นบิดาเกิดความเข้าใจในเรื่อง กรรม จิต และผลแห่งกรรม ตลอดจนเกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนา
เรื่องนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการศึกษาศัพท์ที่เกี่ยวกับ
- จิต
- ศรัทธา
- ความเลื่อมใส
- กรรม
- บุญ
- เทวดา
- มรณภาพ
- การเกิดในสุคติ
- ผลของจิตก่อนตาย
๒.๒ คาถาธรรมบทที่เกี่ยวข้อง
คาถาที่อรรถกถาธรรมบทนำมาอธิบาย คือ
มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา
มโนเสฏฺฐา มโนมยา
มนสา เจ ปสนฺเนน
ภาสติ วา กโรติ วา
ตโต นํ สุขมเนฺวติ
ฉายาว อนปายินี ฯ
ใจความ
ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จด้วยใจ หากบุคคลพูดหรือทำด้วยใจที่ผ่องใส ความสุขย่อมติดตามบุคคลนั้นไป เหมือนเงาที่ติดตามตัวไปฉะนั้น
คาถานี้มีความสัมพันธ์กับเรื่องมัฏฐกุณฑลีโดยตรง เพราะมัฏฐกุณฑลีเกิด จิตเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ในวาระสุดท้ายของชีวิต และจิตอันผ่องใสนั้นเป็นเหตุให้ไปเกิดในสุคติ
๒.๓ ศัพท์สำคัญจากคาถา
๒.๓.๑ มโน
มโน น. ปุงลิงค์
มีความหมายว่า
- ใจ
- จิต
- ความคิด
- ความนึก
รากศัพท์
สัมพันธ์กับธาตุ มนฺ ในความหมายว่า
คิด, รู้, ใคร่ครวญ
ความหมายตามบริบท
มโน ในคาถานี้หมายถึง จิต ซึ่งเป็นสภาพที่เป็นพื้นฐานของการพูดและการกระทำ
๒.๓.๒ ปุพฺพงฺคมา
ปุพฺพงฺคมา
วิเคราะห์จากองค์ประกอบ
ปุพฺพ + องฺคม
ปุพฺพ = ก่อน, เบื้องหน้า
องฺคม = ผู้ไป, สิ่งที่ไป
จึงมีความหมายโดยรวมว่า
ผู้ไปก่อน
ผู้เป็นเบื้องหน้า
ผู้เป็นหัวหน้า
ความหมายในบริบท
มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา
หมายถึง
ธรรมทั้งหลายมีจิตเป็นหัวหน้า
๒.๓.๓ ธมฺมา
ธมฺมา น. ปุงลิงค์
มาจากศัพท์ ธมฺม
ไวยากรณ์
- คำนาม
- ปุงลิงค์
- พหุวจนะ
- ปฐมาวิภัตติ
ความหมาย
- ธรรม
- สภาวธรรม
- สิ่ง
- คุณธรรม
- เรื่องราวหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับจิตตามบริบท
ความหมายในคาถา
หมายถึง ธรรมทั้งหลายหรือสภาวะทั้งหลายที่มีจิตเป็นหัวหน้า
๒.๓.๔ มโนเสฏฺฐา
มโนเสฏฺฐา
แยกองค์ประกอบได้เป็น
มโน + เสฏฺฐ
เสฏฺฐ = ประเสริฐ, เลิศ, สูงสุด, เป็นใหญ่
ความหมาย
มีจิตเป็นใหญ่
มีจิตเป็นประธาน
๒.๓.๕ มโนมยา
มโนมยา
ประกอบด้วย
มโน + มย
มย มีความหมายว่า
สำเร็จด้วย, ประกอบด้วย, ทำด้วย
ความหมาย
สำเร็จด้วยใจ
มีใจเป็นเครื่องประกอบ
๒.๓.๖ มนสา
มนสา น. ปุงลิงค์
เป็นรูปที่เกี่ยวข้องกับศัพท์ มน
ไวยากรณ์
เป็นรูป ตติยาวิภัตติ เอกวจนะ
มีความหมายว่า
ด้วยใจ
ด้วยจิต
ในคาถานี้สัมพันธ์กับ
ปสนฺเนน
จึงได้ความว่า
“ด้วยจิตอันผ่องใส”
๒.๓.๗ ปสนฺเนน
ปสนฺเนน
สัมพันธ์กับศัพท์ ปสนฺน
มีความหมายว่า
- ผ่องใส
- เลื่อมใส
- ศรัทธา
- มีจิตเบิกบาน
ความหมายตามบริบท
มนสา ปสนฺเนน
ด้วยจิตอันผ่องใส
ด้วยจิตที่เลื่อมใส
คำนี้เป็นศัพท์สำคัญอย่างยิ่งในเรื่องมัฏฐกุณฑลี เพราะเหตุการณ์สำคัญของเรื่องอยู่ที่ จิตที่เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า
๒.๓.๘ ภาสติ
ภาสติ ก. อาขยาต
มาจากธาตุ
ภาสฺ = กล่าว, พูด
วิเคราะห์
ภาสฺ + ติ → ภาสติ
หมายถึง
พูด, กล่าว
๒.๓.๙ กโรติ
กโรติ ก. อาขยาต
มาจากธาตุ
กรฺ = ทำ
วิเคราะห์
กรฺ + โอ + ติ → กโรติ
หมายถึง
ทำ, กระทำ
ในคาถา
ภาสติ วา กโรติ วา
หมายถึง
พูดก็ตาม หรือทำก็ตาม
๒.๓.๑๐ ตโต
ตโต อัพยยศัพท์
มีความหมายว่า
- จากนั้น
- เพราะเหตุนั้น
- จากเหตุนั้น
ในบริบทนี้ทำหน้าที่เชื่อม เหตุและผล
คือ เมื่อบุคคลพูดหรือทำด้วยจิตผ่องใสแล้ว
ตโต นํ สุขมเนฺวติ
จึงมีความหมายว่า
เพราะเหตุนั้น ความสุขย่อมติดตามบุคคลนั้น
๒.๓.๑๑ สุขํ
สุขํ น. นปุงสกลิงค์
มีความหมายว่า
- สุข
- ความสบาย
- ความสะดวก
- ความสุขกาย
- ความสุขใจ
ความหมายตามบริบท
หมายถึง ผลอันเป็นสุขซึ่งเกิดจากจิตและการกระทำที่ผ่องใส
๒.๓.๑๒ อนฺเวติ
อนฺเวติ ก. อาขยาต
ประกอบด้วยแนวความหมายของ
อนุ + อิ
หมายถึง
ตามไป
ติดตาม
ความหมายในคาถา
สุขมเนฺวติ
ความสุขย่อมติดตามไป
๒.๓.๑๓ ฉายา
ฉายา น. อิตถีลิงค์
มีความหมายว่า
เงา
เป็นศัพท์สำคัญในอุปมาท้ายคาถา
๒.๓.๑๔ อนปายินี
อนปายินี
แยกความหมายได้จาก
น + อปายินี
มีนัยว่า
ไม่จากไป
ไม่พรากไป
ไม่ละทิ้ง
ความหมายในบริบท
ฉายาว อนปายินี
เหมือนเงาที่ไม่พรากไป
เป็นอุปมาว่า ความสุขย่อมติดตามบุคคลผู้มีจิตผ่องใสอย่างใกล้ชิด
๒.๔ ศัพท์สำคัญจากเนื้อเรื่องมัฏฐกุณฑลี
นอกจากศัพท์ในคาถาแล้ว ควรเก็บศัพท์จากเนื้อเรื่องทั้งหมด โดยเฉพาะศัพท์ที่ผู้เรียนบาลีพบในการอ่านอรรถกถา
๒.๔.๑ มาณว
มาณว น. ปุงลิงค์
หมายถึง
ชายหนุ่ม
มาณพ
คนหนุ่ม
ในเรื่องหมายถึง มัฏฐกุณฑลีผู้เป็นมาณพ
๒.๔.๒ พฺราหฺมณ
พฺราหฺมณ น. ปุงลิงค์
หมายถึง
พราหมณ์
เป็นศัพท์ที่ใช้เรียกบิดาของมัฏฐกุณฑลี
๒.๔.๓ ปุตฺต
ปุตฺต น. ปุงลิงค์
หมายถึง
บุตร
ลูกชาย
๒.๔.๔ โรค
โรค น. ปุงลิงค์
หมายถึง
โรค
ความเจ็บป่วย
๒.๔.๕ เวชฺช
เวชฺช น. ปุงลิงค์
หมายถึง
หมอ
แพทย์
เป็นศัพท์สำคัญในบริบทการรักษาความเจ็บป่วยของมัฏฐกุณฑลี
๒.๔.๖ มรณ
มรณ น. นปุงสกลิงค์
หมายถึง
ความตาย
การตาย
มรณะ
เป็นศัพท์สำคัญในการศึกษาช่วงสุดท้ายของชีวิตมัฏฐกุณฑลี
๒.๔.๗ เทวปุตฺต
เทวปุตฺต
แยกเป็น
เทว + ปุตฺต
หมายถึง
เทพบุตร
เป็นศัพท์สมาสที่ควรนำมาวิเคราะห์เป็นตัวอย่าง
๒.๔.๘ เทวโลก
เทวโลก
แยกเป็น
เทว + โลก
หมายถึง
โลกของเทวดา
เทวโลก
เป็นศัพท์ที่สัมพันธ์กับการไปเกิดของมัฏฐกุณฑลีหลังจากสิ้นชีวิต
๒.๕ วิเคราะห์ศัพท์ประเภทอาขยาต
ในเรื่องมัฏฐกุณฑลี ควรรวบรวมกิริยาที่สำคัญแล้ววิเคราะห์ในรูปแบบเดียวกัน เช่น
| ศัพท์ | ธาตุ | ประเภท | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| ภาสติ | ภาสฺ | อาขยาต | พูด |
| กโรติ | กรฺ | อาขยาต | ทำ |
| อนฺเวติ | อนุ + อิ | อาขยาต | ติดตาม |
| คจฺฉติ | คมฺ | อาขยาต | ไป |
| ปสฺสติ | ทิสฺ | อาขยาต | เห็น |
| สุโณติ | สุ | อาขยาต | ฟัง |
ในฉบับจัดพิมพ์จริง ควรตรวจธาตุและการสร้างรูปของแต่ละคำกับหลักไวยากรณ์บาลีและฉบับอ้างอิงก่อนกำหนดเป็นข้อมูลมาตรฐาน
๒.๖ วิเคราะห์ศัพท์ประเภทกิริยากิตก์
ให้รวบรวมศัพท์ที่เกิดจาก ธาตุ + ปัจจัยกิตก์ เช่นคำที่มีความหมายในลักษณะ
ผู้ทำ
ผู้เห็น
ผู้ไป
ผู้เกิดแล้ว
ผู้เลื่อมใสแล้ว
โดยแต่ละคำต้องแสดง
ธาตุ → ปัจจัย → รูปสำเร็จ → หน้าที่ → ความหมาย
๒.๗ วิเคราะห์สมาส
เรื่องมัฏฐกุณฑลีมีศัพท์ที่สามารถนำมาใช้ฝึกวิเคราะห์สมาสได้เป็นอย่างดี เช่น
เทวปุตฺต
เทว + ปุตฺต
= เทพบุตร
เทวโลก
เทว + โลก
= โลกของเทวดา
มโนปุพฺพงฺคม
มโน + ปุพฺพงฺคม
= มีจิตเป็นหัวหน้า
ในการจัดทำฉบับเต็มควรแสดง วิคหะและประเภทสมาส ของศัพท์แต่ละคำอย่างละเอียด
๒.๘ วิเคราะห์ศัพท์ตัทธิต
ศัพท์ที่เกิดจากกระบวนการตัทธิตในเรื่อง ให้แยกไว้เป็นหมวดเฉพาะ โดยแสดง
ศัพท์เดิม → ปัจจัย → การเปลี่ยนรูป → ศัพท์สำเร็จ → ความหมาย
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเห็นความแตกต่างระหว่าง
ศัพท์เดิม / กิตก์ / สมาส / ตัทธิต
ได้อย่างชัดเจน
๒.๙ ศัพท์ธรรมะสำคัญในเรื่องมัฏฐกุณฑลี
เรื่องนี้ควรเน้นศัพท์ธรรมะต่อไปนี้
- มโน — จิต
- ธมฺม — ธรรม
- ปสนฺน — ผ่องใส, เลื่อมใส
- กมฺม — กรรม
- วิปาก — ผลแห่งกรรม
- สุข — สุข
- ทุกฺข — ทุกข์
- สทฺธา — ศรัทธา
- ปสาท — ความเลื่อมใส
- เทว — เทวดา
- มรณ — ความตาย
- สุคติ — คติที่ดี
- จิตฺต — จิต
๒.๑๐ ศัพท์ที่ควรจำเป็นพิเศษ
กลุ่ม “จิต”
มโน — ใจ, จิต
จิตฺต — จิต
มนสฺ — ใจ
กลุ่ม “ความเลื่อมใส”
สทฺธา — ศรัทธา
ปสาท — ความเลื่อมใส
ปสนฺน — ผ่องใส, เลื่อมใส
กลุ่ม “กรรมและผล”
กมฺม — กรรม
วิปาก — ผลแห่งกรรม
สุข — สุข
ทุกฺข — ทุกข์
กลุ่ม “การเกิด”
มรณ — ความตาย
เทว — เทวดา
เทวปุตฺต — เทพบุตร
สุคติ — คติที่ดี
๒.๑๑ วิเคราะห์ประโยคสำคัญ
มนสา เจ ปสนฺเนน ภาสติ วา กโรติ วา
แยกศัพท์
มนสา = ด้วยใจ
เจ = ถ้า
ปสนฺเนน = ผ่องใส
ภาสติ = พูด
วา = หรือ
กโรติ = ทำ
วา = หรือ
ใจความว่า
หากบุคคลพูดหรือกระทำด้วยจิตอันผ่องใส...
ตโต นํ สุขมเนฺวติ
ตโต = เพราะเหตุนั้น
นํ = บุคคลนั้น
สุขํ = ความสุข
อนฺเวติ = ย่อมติดตาม
ใจความว่า
ความสุขย่อมติดตามบุคคลนั้น
๒.๑๒ ข้อสังเกตทางไวยากรณ์และธรรมะ
เรื่องมัฏฐกุณฑลีทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง รูปศัพท์กับหลักธรรม อย่างชัดเจน
คำว่า
ปสนฺเนน
ไม่ควรแปลเพียงว่า “ผ่องใส”
แต่ในบริบทของเรื่อง ต้องพิจารณาถึง จิตที่เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า
ดังนั้น การทำพจนานุกรมชุดนี้ควรแสดงทั้ง
ความหมายตามศัพท์
และ
ความหมายตามบริบทอรรถกถา
เพราะสองอย่างนี้อาจไม่เหมือนกันทุกกรณี
๒.๑๓ พจนานุกรมศัพท์ประจำเรื่องมัฏฐกุณฑลี
เมื่อวิเคราะห์ศัพท์ตามลำดับเรื่องแล้ว ให้รวบรวมอีกครั้งหนึ่งโดยเรียงตามอักษรบาลี เพื่อให้ค้นหาได้สะดวก
ก
กมฺม — กรรม
กโรติ — ทำ
จ
จิตฺต — จิต
ต
ตโต — จากนั้น, เพราะเหตุนั้น
ท
เทว — เทวดา
เทวปุตฺต — เทพบุตร
ป
ปสนฺน — ผ่องใส, เลื่อมใส
ปุตฺต — บุตร
ม
มโน — ใจ, จิต
มรณ — ความตาย
ว
วิปาก — ผลแห่งกรรม
ส
สุข — ความสุข
สทฺธา — ศรัทธา
๒.๑๔ แบบฝึกวิเคราะห์ศัพท์
จงวิเคราะห์ศัพท์ต่อไปนี้
๑. มโน
๒. ปุพฺพงฺคมา
๓. มโนเสฏฺฐา
๔. มโนมยา
๕. มนสา
๖. ปสนฺเนน
๗. ภาสติ
๘. กโรติ
๙. ตโต
๑๐. สุขํ
๑๑. อนฺเวติ
๑๒. ฉายา
๑๓. เทวปุตฺต
๑๔. เทวโลก
ให้ตอบ
ชนิดศัพท์ — ธาตุ/มูลศัพท์ — ปัจจัย — การสร้างคำ — ลิงค์ — วจนะ — วิภัตติ — หน้าที่ในประโยค — ความหมายตามศัพท์ — ความหมายตามบริบท
๒.๑๕ สรุปเรื่องมัฏฐกุณฑลี
เรื่องมัฏฐกุณฑลีเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง จิต การกระทำ และผล โดยเฉพาะแนวคิดว่า จิตที่ผ่องใสย่อมนำไปสู่ผลที่เป็นสุข
ในด้านการศึกษาภาษาบาลี เรื่องนี้ยังเป็นบทเรียนที่ดีในการวิเคราะห์ศัพท์หลายประเภท ตั้งแต่
คำนาม → อัพยยศัพท์ → อาขยาต → กิริยากิตก์ → นามกิตก์ → สมาส → ตัทธิต
ดังนั้น พจนานุกรมอรรถกถาธรรมบทมิได้มุ่งให้ผู้เรียนเพียงรู้ว่า
มโน = ใจ
ปสนฺน = เลื่อมใส
สุข = ความสุข
แต่ต้องการให้ผู้เรียนสามารถตอบได้ว่า
ศัพท์นี้มาจากอะไร? สร้างขึ้นอย่างไร? เป็นศัพท์ชนิดใด? อยู่ในรูปวิภัตติอะไร? ทำหน้าที่อะไรในประโยค? และเมื่ออยู่ในบริบทของอรรถกถาธรรมบทแล้วควรแปลว่าอย่างไร?
นี่คือแนวทางที่จะทำให้ “พจนานุกรมอรรถกถาธรรมบท ภาค ๑–๘” เป็นทั้งพจนานุกรมและตำราฝึกวิเคราะห์บาลีสำหรับผู้เรียนอย่างแท้จริง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น